โรค Huntington (Huntington’s disease, HD)

                โรค Huntington ‘s disease เป็นสาเหตุของ Hereditary chorea ที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งเกิดจากความผิดปกติจากจำนวน CAG trinucleotide repeat ที่มากกว่าปกติ บนยีน Huntington ที่อยู่บนโครโมโซมคู่ที่ 4 (p16.3) ซึ่งส่งผลทำให้เกิดความเสื่อมของระบบประสาท จำนวนของ CAG repeats นี้มีความสำคัญ เพราะถ้ามากกว่า 40 แล้วผู้ป่วยโดยส่วนใหญ่มักแสดงอาการของ HD ในช่วงชีวิต ซึ่งต่างจากคนปกติ ที่จะมีจำนวนCAG repeats น้อยกว่า 35 จำนวน CAG repeats ที่อยู่ระหว่าง 36-39 อาจจะทำให้เกิดโรคได้ในผู้ป่วยบางราย Anticipation เป็นลักษณะที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในกลุ่มโรคที่เป็น Trinucleotide repeat disorders ซึ่งหมายถึงลูกของผู้ป่วยในรุ่นถัดไป ถ้าได้รับการถ่ายทอดยีนมีโอกาสที่จะเริ่มมีอาการในอายุที่น้อยกว่าพ่อ หรือ แม่ และมักมีจำนวนของ Trinucleotide repeats มากกว่ารุ่นก่อนๆ การค้นพบยีน Huntingtin ส่งผลให้แพทย์สามารถทำการวินิจฉัยโรค HD ได้จากการตรวจทางพันธุกรรม ดูจำนวนของ CAG repeats นอกจากนี้การตรวจยังสามารถทำได้ในคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่นญาติใกล้ชิดในครอบครัวเดียวกันของผู้ป่วย HD ที่อาจจะยังไม่มีอาการ

 

ลักษณะอาการทางคลินิก

โรค HD มีอาการหลักที่สำคัญอยู่ 3 อย่างคือ

                1. ปัญหาในเรื่องของการเคลื่อนไหว

                2. ความเสื่อมของ Cognition

                3.ความผิดปกติทางพฤติกรรม สภาพจิตใจ

อาการของโรค HD อาจเริ่มด้วยอาการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยที่ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยอาการ Chorea เสมอไป และมักเกิดในช่วงอายุประมาณ 35-40 ปี Chorea เป็นอาการการเคลื่อนไหวผิดปกติ ที่พบได้ 90% ในผู้ป่วย HD ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักเริ่มจากอาการยุกยิกที่ปลายนิ้วมือและผู้ใกล้ชิดสังเกตว่าผู้ป่วยมีอาการอยู่ไม่สุก (Akathisia) หลังจากนั้นอาการ Chorea จะค่อยๆมากขึ้นมายังแขน ขา และใบหน้า นอกจากนั้น Motor impersistance เป็นลักษณะอาการทางคลินิกที่สำคัญอย่างหนึ่งโดยที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวให้อยู่คงที่ได้เป็นระยะเวลานานๆ ซึ่งเชื่อว่าเกิดจาก Disinhibition จากสมองส่วน Frontal lobe ผู้ป่วย HD อาจมีปัญหาในการเคลื่อนไหวอื่นๆ เช่น ปัญหาในการทรงตัว อาการพาร์กินโซนิซึ่ม อาการสั่น ดีสโทเนีย ปัญหาในเรื่องการพูด (Dysarthia)
             ในโรค HD จะมีการเคลื่อนไหวของตาที่ผิดปกติ โดยเฉพาะในเรื่องของ Slow saccades และ Increased latency to respond ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยในการวินิจฉัยโรค ปัญหา cognition เป็นปัญหาที่พบในผู้ป่วย HD เกือบทุกราย แต่อาจจะไม่ได้รับความสนใจเท่ากับอาการ chorea หรือในเรื่องของการเคลื่อนไหว โดยส่วนใหญ่ปัญหาเด่นของ Cognition มักเกิดจากความผิดปกติของการทำงานในส่วนของ frontal lobe ส่งผลให้มีปัญหาในเรื่องของ Executive function และการตอบสนองที่ช้า

 

การวินิจฉัยแยกโรค

                โรคทางระบบประสาทหลายๆโรค สามารถมีอาการ Chorea เป็นลักษณะเด่น ประวัติทางพันธุกรรม ร่วมกับความผิดปกติของ cognition และพฤติกรรม ช่วยให้การวินิจฉัยโรคแคบลงอยู่ในกลุ่มโรคของ Hereditary chorea การวินิจฉัยโรค Chorea สามารถทำได้ง่ายขึ้นโดยอาศัยการตรวจทางพันธุกรรม ซึ่งการตรวจดูจำนวน CAG repeats นี้ สามารถทำได้ในประเทศไทยโดยเฉพาะในโรงเรียนแพทย์ ในผู้ป่วย HDการตรวจเพิ่มเติมอย่างอื่นอาจมีความสำคัญและจำเป็นเมื่อผู้ป่วยมีอาการข้างเคียงอื่นๆ ดังเช่นพฤติกรรม ที่เปลี่ยนแปลงทันใด หรือรุนแรง ประวัติอุบัติเหตุ ที่อาจต้องทำการตรวจ CT หรือ MRI เพื่อหาพยาธิสภาพอื่นๆ

 

ลักษณะทางพยาธิวิทยา

                สมองของผู้ป่วย HD เมื่อทำการศึกษาแล้วมี atrophy ในหลายๆ ส่วน โดยเฉพาะในส่วนของ Caudate nucleus และ Putamen ซึ่งมากกว่าในสมองส่วนอื่นๆ เซลล์สมองที่เสื่อมใน Caudate nucleus โดยส่วนใหญ่จะเป็น Medium spiny neuron นอกจากนี้ในเซลล์สมองส่วนต่างๆ ยังสามารถพบก้อนโปรตีน (Intraneuronal inclusions) ซึ่งอาจเกิดจากการจับตัวที่ผิดปกติของโปรตีน Huntington และ Ubiquitin

 

 การรักษาโรค HD

                ในปัจจุบัน การรักษาโรค HD ยังคงเป็นการรักษาตามอาการเพื่อลดปัญหาในเรื่องของการเคลื่อนไหว ปัญหาทาง Cognition และอาการทางพฤติกรรม และสภาวะผิดปกติทางจิตใจ โดยทั่วไปแล้ว ถ้าอาการ Chorea ไม่มาก และไม่ได้มีปัญหาต่อกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย อาจไม่จำเป็นต้องให้ยาแก่ผู้ป่วย ในทางกลับกัน เมื่ออาการ chorea ที่เป็นมากขึ้น และส่งผลต่อการเดิน การเคลื่อนไหว การใช้ยาในกลุ่ม Atypical neuroleptics ดังเช่น Olanzapine หรือ Risperidone สามารถช่วยลดอาการ chorea ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแพทย์จะนิยมการใช้ยาในกลุ่ม Atypical neuroleptics มากกว่ายาในกลุ่ม Typical neuroleptic เนื่องจากผลข้างเคียงในเรื่องของ Extrapyraqmidal symptoms น้อยกว่า Tetrabenazine ซึ่งเป็น Dopamine depletors ได้มีการศึกษายืนยันว่าช่วยลดอาการ Chorea ได้เช่นกัน แต่ไม่มีใช้ในประเทศไทย นอกจากนี้ กายภาพบำบัด การฝึกพูด และฝึกกลืน ก็มีความสำคัญแก่ผู้ป่วย เพื่อช่วยในเรื่องของการทรงตัว การเดิน ลดอาการสำลัก เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน            ( www.chula-parkinsons_org)